1) การผ่าตัดแบบใช้ห่วงรัดกระเพาะอาหาร (gastric band)
แพทย์จะใช้ห่วงพิเศษพันรอบกระเพาะอาหารส่วนบน ซึ่งจะแบ่งกระเพาะของคุณออกเป็นสองส่วน และเนื่องจากกระเพาะส่วนบนเล็กกว่า คุณจึงรับประทานอาหารได้น้อยลงและอิ่มเร็วขึ้น หลังจากรับประทานอาหารแล้ว อาหารจะค่อยๆ ผ่านไปยังกระเพาะส่วนล่างที่อยู่ใต้ห่วงและถูกย่อยตามปกติ
ห่วงพิเศษนี้ถูกออกแบบมาให้สามารถปรับได้หลังจากการผ่าตัด จึงปรับปริมาณอาหารที่คุณรับประทานได้ โดยห่วงนี้จะเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่ฝังไว้ใต้ผิวหนังที่ช่วยให้ปรับขนาดได้สะดวก การปรับขนาดของห่วง อาจทำภายหลังการผ่าตัดแล้ว 2-3 เดือนเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด และสามารถทำได้ในคลินิกผู้ป่วยนอก ไม่ต้องวางยาสลบ ไม่ต้องเข้าห้องผ่าตัด ข้อดีอีกประการหนึ่งคือ สามารถผ่าตัดแบบส่องกล้องได้ รวมทั้งยังสามารถเอาห่วงออกได้เมื่อต้องการ
ความเสี่ยงและอาการแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นคือ ห่วงอาจจะเลื่อนจากจุดเดิมทำให้ไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน และหากเกิดขึ้นก็จำเป็นต้องผ่าตัดใหม่เพื่อเปลี่ยนห่วง
2) การผ่าตัดทำ Gastric bypass
ในการผ่าตัดแบบนี้ กระเพาะของคุณจะถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน โดยส่วนบนจะมีขนาดเล็กกว่า และแพทย์จะต่อลำไส้เล็กตรงเข้าสู่กระเพาะส่วนที่เล็กกว่านี้ เวลาที่คุณรับประทานอาหาร อาหารจึงไม่ต้องผ่านกระเพาะส่วนใหญ่กับลำไส้เล็กส่วนบน การที่กระเพาะใหม่มีขนาดเล็กกว่ากระเพาะเดิม คุณจึงจะได้รับปริมาณอาหารลดลงไปด้วย
ความเสี่ยงหลักๆ ของการผ่าตัดแบบ gastric bypass คืออาจมีการรั่วตรงที่ลำไส้เล็กต่อกับกระเพาะอาหารได้ แต่นับเป็นความเสี่ยงที่เกิดได้ยากมาก ถึงจะเกิดขึ้น แพทย์ก็สามารถผ่าตัดเพื่อปิดรอยรั่ว และเนื่องจากลำไส้เล็กส่วนหนึ่งจะไม่ถูกใช้งาน คุณมีโอกาสที่จะขาดวิตามินหรือแร่ธาตุบางชนิดได้ แต่ก็สามารถรับประทานวิตามินเสริมเพื่อทดแทนได้
3) การผ่าตัดลดขนาดกระเพาะ (Sleeve gastrectomy)
ในการผ่าตัดแบบนี้ แพทย์จะตัดกระเพาะออกส่วนหนึ่งให้เหลือขนาดเล็กลง เมื่อกระเพาะมีขนาดเล็กลง คุณจะรับประทานได้น้อย และอิ่มเร็วขึ้น การผ่าตัดลดขนาดกระเพาะทำได้ง่าย เร็ว และมีอาการแทรกซ้อนน้อยกว่าการผ่าตัดแบบอื่นๆ