ในต่างประเทศมีการทำวิจัย โดยนำคนไข้ 1,200 กว่าคน มาทำการเฝ้าระวังการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วยการส่องกล้อง โดยแบ่งเป็นกลุ่มคนไข้ที่มีไขมันคั่งสะสมในตับ และไม่มี ผลปรากฏว่าทั้งชายและหญิง ที่มีไขมันคั่งสะสมในตับมีโอกาสเกิดติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ชนิด Adenoma ซึ่งจัดว่าเป็น pre-cancerous lesion ได้มากกว่าคนที่ไม่มีไขมันคั่งสะสมในตับ จึงยืนยันได้ว่ากลไกเหล่านี้เพิ่มโอกาสในการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ เพราะฉะนั้นถ้าตรวจสุขภาพแล้วผลออกมาว่ามีไขมันคั่งสะสมในตับ หรือเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีภาวะดื้ออินซูลินด้วยแล้ว กลุ่มคนพวกนี้ควรจะต้องทำการส่องกล้องเพื่อดูมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วย ถ้าส่องกล้องแล้วไม่พบติ่งเนื้อก็สามารถอยู่ไปได้อีก 5-10 ปี แล้วค่อยมาทำการส่องกล้องใหม่ แต่ถ้ามีติ่งเนื้อขนาดเล็กกว่า 1 เซนติเมตร คุณหมอก็อาจจะแนะนำให้ทำทุก 3-5 ปี ถ้าติ่งใหญ่กว่า 1 เซนติเมตร อาจจะให้ทำทุก 1-3 ปี และสำหรับคนที่มีภาวะดื้ออินซูลินก็อาจจะต้องทำถี่ขึ้น ซึ่งขึ้นอยู่กับภาวะร่างกายและปัจจัยการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ของแต่ละคน
สำหรับคนไข้ที่มาพบแพทย์ด้วยภาวะที่เป็นไขมันคั่งสะสมในตับ ก็จะแนะนำให้ไปส่องกล้องเพื่อดูมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วย ซึ่งคนไข้อาจจะสงสัยว่าเป็นหมอตับ จะให้ไปส่องกล้องลำไส้ใหญ่ทำไม ก็เพราะเวลาที่เราเจอเรื่องหนึ่ง ก็อาจมีอีกเรื่องตามมาด้วย เหรียญยังมี 2 ด้านเลย ร่างกายคนเราก็มีการเกิดโรคได้หลายโรค หลายอาการ แพทย์ต้องดูแลคนไข้แบบองค์รวม ถ้าเราไม่เชี่ยวชาญเราก็ส่งต่อไปให้แพทย์เฉพาะทางด้านนั้นๆ เพราะฉะนั้นถึงแม้คนไข้ที่มีอายุประมาณ 40 ปี ขึ้นไป ถ้าตรวจพบไขมันคั่งสะสมในตับเมื่อไหร่ก็จะแนะนำให้ไปส่องกล้องลำไส้ใหญ่ด้วย เพื่อเป็นการป้องกันและห่างไกลจากมะเร็งลำไส้ใหญ่
สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคนเราคือการมีสุขภาพที่ดี แต่การมีสุขภาพที่ดีไม่ได้มาด้วยความบังเอิญ อยู่ที่การดูแล ป้องกัน และการมีวินัยในการปฏิบัติตนให้มีสุขภาพที่ดีรวมทั้ง การออกกำลังกาย การกินที่ถูกสุขลักษณะ เช่น ควรกินอาหารที่มีกากใยจะได้ไม่ ท้องผูก การกินอาหารที่ไม่มันมาก จำกัดอาหารพวกแป้งและนํ้าตาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่มีฟรุกโตสสูงและในเมื่อโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นโรคที่มีการเฝ้าระวังได้ จึงอยากแนะนำให้คนที่มีอายุ เกิน 50 ปีขึ้นไปทุกคนส่องกล้องเฝ้าระวัง หรือถ้าคนที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น ปวดท้อง ถ่ายผิดปกติ มีไขมันคั่งสะสมในตับ โดยเฉพาะคนที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ก็ควรส่องกล้องถึงแม้ว่ามีอายุไม่ถึง 50 ปี แล้วการส่องกล้องไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด