อาการปวดท้องที่เป็นๆ หายๆ ทำให้คุณบอรานต้องไปหาคุณหมอที่โรงพยาบาลในพนมเปญ และพบว่าตนเองเป็นโรคเส้นเลือดเอออร์ตาโป่งพอง หลังจากทำ CT scan ก็พบว่าเส้นผ่านศูนย์กลางของหลอดเลือดที่โป่งพองนั้นมีขนาดถึง 3.3 ซม. หลังจากนั้นก็ทานยาควบคุมอัตราเต้นหัวใจมาตลอด 2 ปีครึ่ง หัวใจเต้นช้าลง ลดความดันลงได้ แต่ขนาดกลับโตขึ้นอีกเป็น 4.3 ซม และยังปวดท้องอยู่ตลอด ทั้งคุณหมอและคนไข้จึงตัดสินใจที่จะผ่าตัดรักษา
นอกจากเลิกดื่มและหยุดสูบบุหรี่ เพื่อเตรียมสำหรับการผ่าตัดแล้ว คุณบอรานได้หาข้อมูลในอินเตอร์เนท เพิ่มเติมและเดินทางไปคุยกับคุณหมอในแต่ละแห่ง รวมทั้งประเทศไทย จึงได้ตัดสินใจ และวางใจให้คุณหมอคุณหมอณรงค์ จรัสวิโรจน์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัยกรรมทั่วไป โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ รักษา อีกทั้งสมิติเวชศรีนครินทร์ยังใกล้กับสนามบินสุวรรณภูมิทำให้สะดวกกับคนไข้และญาติในการเดินทางมากยิ่งขึ้น
“ผมประทับใจการรักษาของคุณหมอณรงค์ พอได้รู้ว่าคุณหมอเคยทำงานอยู่อเมริกาหลายปีด้วยแล้ว เหมือนคนบ้านเดียวกันที่ได้คุยกัน เข้าใจกัน และอุ่นใจที่ได้คุณหมอดูแลเคสให้ อาการปวดท้องที่เคยปวดหายเป็นปลิดทิ้งหลังจากผ่าตัด แม้ว่าจะมีอาการเจ็บแผลบ้างเล็กน้อย รวมทั้งทีมงาน ทีมพยาบาลที่ให้การดูแล และเอาใจใส่อย่างเป็นมิตรตลอดเวลาในการรักษา พวกเขารู้หน้าที่ และมีความรับผิดชอบดีมาก หากคนไข้ต้องการอะไร พวกเขาจะมาถึงตัวคุณในทันที”
สาเหตุ การรักษา การป้องกัน
โรคเส้นเลือดเอออร์ตาโป่งพอง หรือ หลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง เกิดได้หลายแห่ง แต่คนไข้รายนี้เกิดที่ช่องท้อง สาเหตุเกิดจากร่างกายของเราเอง มี plaque ไปเกาะผนังด้านใน ทำให้รูอุดตัน ผนังบาง และโป่งขึ้น ส่วนใหญ่เกิดจาก Unhealthy Lifestyle ของการกินดื่ม โดยเฉพาะอาหารที่มีคลอเลสเตอรอลสูง รวมทั้งอาจมีปัจจัยเสี่ยงอื่นร่วมด้วย เช่น โรคความดันสูง สูบบุหรี่ หรือผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป สัญญาณเบื้องต้นที่พึงระวัง คืออาการปวดท้อง หรือปวดหลัง ในกรณีคนที่รูปร่างผอม สามารถคลำได้เอง เป็นก้อน และเต้นพร้อมกับจังหวะของหัวใจหรือชีพจร แนะนำให้รีบมาพบแพทย์ทันที หากปล่อยไว้ ผนังจะค่อยๆ แยก (dissecting) จนถึงระดับหนึ่ง จะเริ่มรั่ว และถ้ายังปล่อยไว้ผนังอาจจะแตกได้ ซึ่งเป็นสาเหตุให้ถึงแก่ชีวิต เพราะฉะนั้นสำคัญมากในการพบเจอและการรักษา นอกจากจะรักษาโดยการผ่าตัดแล้ว กรณีคนไข้ที่เป็นโรคที่มีความเสี่ยงอื่นๆ เช่น โรคหัวใจ เส้นเลือดในสมองตีบ แพทย์จะแนะนำให้รักษาอาการสำคัญก่อน และเฝ้าติดตามอาการคนไข้ไปเรื่อยๆ ทุกๆ 3 หรือ 6 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะคนไข้
แนวทางป้องกันคือ งดอาหารคลอเลสเตอรอลสูง ออกกำลังกาย ตรวจสุขภาพตามอายุ ควรมีการตรวจอัลตร้าซาวน์ด้วย หากพบเจอเร็ว จะได้รักษาได้ทันที

โดย
น.พ. ณรงค์ จรัสวิโรจน์
ศัลยแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการผ่าตัดส่องกล้อง
โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์